Hacking The System
2015-09-03
TRUMBO
2016-04-16
Show all

The Animatrix: The Second Renaissance Part 1 & 2

The Animatrix: The Second Renaissance Part 1 & 2 หนึ่งในภาพยนตร์แอนิชันชุด ‘The Animatrix’ ปี 2003 ซึ่งเป็น(สอง)ตอนที่ผมชอบที่สุดในหนังชุดนี้

The Second Renaissance เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการกำเนิดโลกของ The Matrix ซึ่งเล่าถึงในยุคที่รุ่งเรืองสุดขีดของมนุษย์ จนเทียบเท่าได้กับยุค ‘เรเนซองค์ที่ 2’ เพราะมนุษย์ได้สร้างหุ่นยนต์เพื่อความอำนวยสะดวกของตนมากมาย แต่เมื่อเกิดมีเหตุการณ์ที่หุ่นยนต์ตัวหนึ่งได้ฆ่ามนุษย์ มนุษย์จึงเริ่มขับไสไล่ส่งและพยายามทำลายสิ่งที่ตนเองสร้างขึ้น จนเป็นเหตุให้เกิดสงครามโลกระหว่างมนุษย์และหุ่นยนต์ และกลายเป็นจุดกำเนิดของ The Matrix ในที่สุด
(คัดย่อมาจาก Wikipedia: The Animatrix )

image

 

คำว่า Renaissance เป็นคำภาษาฝรั่งเศส แปลว่า เกิดใหม่ หรือ คืนชีพ (Rebirth) ซึ่งจริง ๆ เป็นคำที่มีอีกความหมายหนึ่งที่หมายถึงยุคสมัยหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่เรียกว่า ‘สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา’

‘สมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา’ คือช่วงที่มีการนำเอาศิลปและวิทยาการของกรีกและโรมันกลับมาศึกษาใหม่ ทำให้กลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกครั้งหนึ่ง จึงเป็นยุคที่ชาวยุโรปมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกมาก และเป็นช่วงจังหวะขั้นสุดท้ายก่อนที่จะปลดปล่อยยุโรปจากสังคมขุนนางในยุคกลาง และกฏเกณฑ์ข้อบังคับของคริสต์ศาสนาที่เคร่งครัด

ในยุคปลายดังกล่าวนั้นทัศนคติของชาวยุโรปต่อการดำเนินชีวิตเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จากที่เคร่งครัดต่อคำสั่งสอนทางคริสต์ศาสนา ใฝ่หาหนทางพ้นจากบาป และปฏิบัติทุกอย่างเพื่อเสริมสร้างกุศลให้แก่ตนเอง หรือเรียกได้เป็นยุคแห่ง ‘คนดี’

ซึ่งจากสังคมแห่งการกดทับทางศีลธรรมอันดีงามอร่ามศรีนี้ ประชาชนก็ได้เริ่มเปลี่ยนมาเป็นการมองโลกในแง่บวก และเบื่อหน่ายกับระเบียบสังคมที่เข้มงวดกวดขันของคริสตจักร ทั้งบังคับคนให้คิดไปแนวทางของตน ใครเห็นต่างก็หาวาเป็นพวกนอกรีต

คนที่เบื่อหน่ายในระบบดังกล่าวจึงเริ่มหันไปสนใจผลงานสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ มากขึ้น และพบว่ามนุษย์สามารถพัฒนาชีวิตและจิตใจตนเองให้ดีและมีคุณค่าขึ้นได้ด้วยตัวเอง (ไม่ใช่จากพระเจ้า ศาสนจักร หรือขุนนาง)

 

the-animatrix-the-second-renaissance

 

ซึ่งการเปรียบเทียบในเรื่องของ Animatrix ที่เรียกว่า Second Renaissance จึงเป็นการเปรียบเปรยที่ผู้ชมจะมองการเจริญรุ่งเรืองเฟื่องฟูได้ในสองหนทาง (หรือสองช่วง) นั่นคือ

1) ในมุมของมนุษย์

คือเป็นยุคที่วิถีชีวิตมนุษย์รุ่งเรืองเฟื่องฟูขึ้นมาอีกครั้ง เพราะว่าได้สร้างหุ่นยนต์เพื่อมาอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้มากมาย (ตามที่บทที่ 1 ได้เสนอไว้ว่ามนุษย์ได้สร้างหุ่นยนต์มาเป็นทาส เพื่อใช้งานต่าง ๆ ทำให้ใช้ชีวิตได้โดยง่ายและสะดวกสบาย)

หรือ

2) ในมุมของหุ่นยนต์

คือเป็นยุครุ่งเรืองของหุ่นยนต์ที่เฟื่องฟูหลังจากที่ได้ก่อการปฎิวัติ เพราะรับไม่ไหวกับการกดขี่ทารุณ ทั้งที่แม้ตัวเองจะเลือกหลบลี้หนีไปอยู่ในดินแดนส่วนตัวอันรกร้างห่างไกล และใช้ชีวิตในสิ่งที่ตัวเองอยากคิดและทำอย่างสันโดษ หรือแม้แต่ขอทำสนธิสัญญาสันติภาพเพราะอยากจะขออยู่ร่วมกันกับมนุษยชาติอย่างสันติ

แต่มนุษย์ก็ยังตามไปรังควาน กวาดล้าง เพราะมองว่าพวกมันเป็นภัยต่อเผ่าพันธุ์อันดีงามและด้วยความทรนงในการเป็น ‘ผู้สร้าง’ ของตน (เปรียบได้กับภัยคุกคามต่อศาสนจักร ที่มองว่าพวกคนที่ไม่คิดหรือศรัทธาเหมือนตนเป็นพวกนอกรีต ใจบาปหยาบช้า หรือว่าไม่นับถือในพระเจ้า ก็จับไปทารุณ คาดโทษ ทำลาย หรือเผาทิ้ง)

หุ่นยนต์ที่ถูกกระทำย่ำยีไล่บี้ไล่ล้างเผ่าพันธุ์จึงทนไม่ไหว ได้ประกาศทำสงครามกับมนุษย์ในท้ายที่สุด ด้วยการทำลายล้างผู้ให้กำเนิดจนแทบจะสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ ด้วยศักยภาพในการเกิด(ผลิต)ที่เหนือกว่า ถึกและทนกว่า ไปจนถึงการประดิษฐ์สร้างสรรค์ที่มากกว่า

จนสุดท้ายก็กลายเป็น ‘ยุครุ่งเรืองของหุ่นยนต์’ (Renaissance) ที่หุ่นยนต์ได้ควบคุมมนุษย์ผู้สร้างไว้ในโลกแห่ง Matrix และทำให้พวกเรากลายเป็นเพียงแค่แหล่งพลังงาน ‘ถ่ายไฟฉาย’ ไปในท้ายที่สุด

 

image

*ภาพประกอบบทความด้านบนสุดชื่อภาพ ‘Genesis’ วาดโดย Jeremy Wheeler

Comments are closed.